Yamaha XSR900 GP Ridden!ลองของทายาทสปอร์ตพันธุ์ดุในตำนาน
- Rabbit-Pam Tiyachandra
- 30 ก.ค. 2567
- ยาว 1 นาที


ยามาฮ่าก้าวเข้าสู่สมรภูมิการแข่งขันรถจักรยานยนต์กรังด์ปรีซ์มาตั้งแต่ปี 1961 ผ่านช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมในยุครถแข่งสองจังหวะ 500GP และกวาดแชมป์โลกกรังด์ปรีซ์เอาไว้ไม่ต่ำกว่า 39 รายการ ฟิล รีด, เกียโคโม อากอสตินี่, เคนนี่ โรเบิร์ตส, เอ็ดดี้ ลอว์สัน และ เวย์น เรนนี่ นักแข่งระดับแนวหน้าเหล่านี้ได้ร่วมกับยามาฮ่าอย่างแข็งแกร่งในยุครถแข่งสองจังหวะ ซึ่งได้รับการกล่าวถึงอย่างกว้างขวางว่าเป็นยุคทองของการแข่งขันกรังด์ปรีซ์


แม้ว่า ยามาฮ่าจะได้สัมผัสกับตำแหน่งแชมป์โลกพรีเมียร์คลาสครั้งแรกด้วยฝีมือของ เกียโคโม อากอสตินี่ ในปี 1970 แต่ยุคทองของผู้ผลิตจากเมืองอิวาตะนั้นเกิดขึ้นในช่วงปี 1980 ความสำเร็จเริ่มต้นในช่วงเปลี่ยนทศวรรษโดย 'King' เคนนี่ โรเบิร์ตส ซึ่งคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 ติดต่อกันด้วยรถแข่ง YZR500 และหลังจากผ่านปีที่ยากลำบากอยู่ช่วงหนึ่ง ยามาฮ่าก็กลับมาสู่จุดสูงสุดอีกครั้งโดย เอ็ดดี้ ลอว์สัน คว้าแชมป์รุ่น 500 ซีซี. ในปี 1984, 1986 และ 1988 ก่อนที่ เวย์น เรนนีย์ จะตอกย้ำความสำเร็จสูงสุดด้วยการคว้าแชมป์ติดต่อกันสามครั้งในปี 1990, 1991 และ 1992

ทั้ง ลอว์สัน และ เรนนี่ คว้าแชมป์โลกด้วย YZR500 ที่ประดับด้วยสีของบริษัทบุหรี่ Marlboro ซึ่งเป็นลวดลายที่กลายเป็นหนึ่งในสีที่โดดเด่นที่สุดในวงการมอเตอร์สปอร์ตทั้งสองและสี่ล้อในช่วงหลายปีต่อมา นอกจากนั้น YZR500 เครื่องจักรสังหารที่หลายคนในยุคนั้นบ่นว่าขี่ยากก็ยังกลายเป็นรถแข่งคู่ขายอดนิยมของบรรดานักบิดชาวอเมริกัน และในช่วง 14 ปีระหว่างปี 1980 ถึง 1994 มีนักแข่งอเมริกันคนหนึ่งที่ครองตำแหน่งแชมป์ถึง11 ปี โดยเจ็ดปีระหว่างนั้นเขาใช้รถแข่ง YZR500

ปัจจุบันเป็นเวลากว่า 40 ปีแล้วที่ YZR500 ที่มีตรา Marlboro รุ่นแรกปรากฎตัวในสนามแข่งกรังด์ปรีซ์ ในวาระนี้ยามาฮ่าจึงฉลองยุคสมัยอันรุ่งโรจน์ด้วยการเปิดตัว XSR900 GP ในสไตล์ Sports Heritage ที่พูดได้เลยว่าเป็นหนึ่งในมอเตอร์ไซค์ที่นักบิดรอคอยกันอย่างใจจดใจจ่อที่สุดในปี 2024
XSR900 เวอร์ชั่น 'Sports Heritage' ได้รับการปรับแต่งให้ขับขี่ในแบบสปอร์ตมากขึ้น ขณะเดียวกันก็เพิ่มความโดดเด่นของรูปลักษณ์ใหม่ด้วยฮาล์ฟแฟริ่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุคทองของ GP ในช่วงปี 1980/90 ที่ทำให้นึกถึงรถแข่ง OW76 ปี 1984 ของ เอ็ดดี้ ลอว์สัน

ด้านการออกแบบ XSR900 GP ก็นับว่าใส่ใจในรายละเอียดเกินความคาดหมายด้วยการจัดหนักอุปกรณ์ระดับไฮเอ็นด์ทั้ง ขายึดบังลมหน้า Racer 'R', เบาะนั่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก TZ250 ปี 1983, ขายึดแฟริ่ง TZR250 3XV, แผงหน้าปัดTFT ขนาด 5 นิ้วใหม่จาก MT-09 ปี 2024 พร้อมสวิตช์เกียร์ที่เข้ากัน, หัวโช้คติดตั้งตัวปรับพรีโหลด 'Ohlins-alike' และใช้ตัวยึด Dzus แทบทั้งคัน (สามารถถอดตัวถังทั้งหมดออกได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ)


จากการทดลองขี่บนถนนระยะทาง 120 ไมล์ใกล้ๆ กับเมืองลิสบอน และการขี่บนแทร็คที่ เอสโตริล XSR900 GP ได้แสดงศักยภาพที่น่าประทับใจของส่วนผสมที่ลงตัวระหว่าง XSR900 ปี 2022 (สวิงอาร์ม, ถังน้ำมัน) กับ MT-09 ปี 2024 (เครื่องยนต์ เฟรม ระบบกันสะเทือนแบบปรับได้ มาสเตอร์ไซลินเดอร์ด้านหน้าแบบรัศมี พร้อมแผงหน้าปัดใหม่/ สวิตซ์เกียร์)
นอกจากนั้นการปรับตำแหน่งท่านั่งใหม่ที่สุดขั้วมากกว่าทั้ง MT และ XSR ยังให้การขับขี่ที่ต่อเนื่องและน่าประทับใจ ตำแหน่งแฮนด์ที่ขยับไปข้างหน้า 93 มม. และต่ำลง 114 มม. เบาะนั่งวางเยื้องไปข้างหน้าเพิ่มขึ้น 12 มม. และสูงขึ้น 27 มม. รวมทั้งพักเท้าที่ยกสูงและถอยไปด้านหลัง 26 มม. ยังช่วยให้สัมผัสของรถสปอร์ตที่เป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง โดยเฉพาะตอนเปิดคันเร่งแรงๆ คุณจะรู้สึกถึงความเร็วที่ดึงดูดให้คุณกลายเป็น 'หนึ่งเดียวกัน' (แต่การขับขี่ใช้งานท่ามกลางสภาพจราจรในเมืองจะทำให้คุณปวดข้อมืออย่างยิ่ง)


แชสซีส์ของ XSR900 GP นั้นพูดได้ว่าเกือบจะสมบูรณ์แบบ จากการเบี่ยงเบนน้ำหนักไปข้างหน้ามากขึ้น สปริงโช้คหน้าจึงมีความแข็งมากขึ้น ขณะที่ด้านหลังนุ่มนวลขึ้น ช่วยให้การขับขี่มีระดับด้วยการบังคับเลี้ยวที่เฉียบคมและเบรกที่แข็งแกร่ง แต่ความโดดเด่นที่แท้จริงของมันคือ เครื่องยนต์ 3 สูบที่ยอดเยี่ยมเช่นเดียวกับ MT-09 รุ่นใหม่ล่าสุดปี 2024 ที่ให้สัมผัสอันตื่นเต้นเร้าใจถึงขีดสุดของพลัง 117 แรงม้า และความสนุกในการขี่สลับไปมาระหว่างสามโหมดได้อย่างราบรื่น
XSR900 GP อาจจะไม่สมบูรณ์แบบ (ผมชอบเบาะนั่งสไตล์ YZR500 มากกว่า) แต่โดยรวมแล้ว ก็ต้องยอมรับว่ามันถูกออกแบบมาอย่างยอดเยี่ยม (แม้แต่อดีตนักแข่ง นีล แมคเคนซี่ ยังสารภาพว่ามันทำให้นึกถึงรถแข่งของเขา) ทั้งเครื่องยนต์ที่ดีที่สุดและแชสซีส์แบบสปอร์ตสำหรับใช้งานบนถนน และเหนือสิ่งอื่นใด มันให้ความรู้สึก “ฟีลกู๊ด” จนผมแอบยิ้มอยู่ในหมวก Arai ของผมทั้งวัน
นักทดสอบ: ฟิล เวสต์







ความคิดเห็น