top of page

2024 YAMAHA MT-07 ย้อนรอยวิวัฒนาการหนึ่งทศวรรษไฮเปอร์สปอร์ตตัวตึง

  • รูปภาพนักเขียน: Rabbit-Pam Tiyachandra
    Rabbit-Pam Tiyachandra
  • 29 ก.ค. 2567
  • ยาว 1 นาที

               ตอนที่ MT-07 เปิดตัวครั้งแรกในปี 2014 พร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ CP2 สองสูบเรียง Master of Torque ใหม่ล่าสุดของยามาฮ่า เครื่องจักรสังหารรุ่นนี้ได้นำเสนอคุณสมบัติของไฮเปอร์สปอร์ตคลาส 700 ซีซี. ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ครอบคลุมทั้งการใช้งานในเมืองที่พลุกพล่านที่สุดไปจนถึงการเดินทางท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้งกลายเป็นตัวเลือก 'บิ๊กไบค์คันแรก' ของนักบิดหลายคน



               ร่องรอยการเดินทางและวิวัฒนาการของไฮเปอร์สปอร์ตขนาดมิดเดิ้ลเวทที่บรรจุเทคโนโลยีสุดล้ำซึ่งถอดรหัสจาก Dark Side of Japan สะท้อนวัฒนธรรมย่อยของกลุ่มไบเกอร์ในโตเกียวที่ทำให้โลกต้องตกตะลึง เริ่มต้นด้วยการเปิดตัว MT-01 ตัวแรกในปี 2005 ตามมาด้วย MT-03 ในปี 2006 แต่กว่าสายพันธุ์นี้จะที่รู้จักอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ก็ต้องรอหลังจากนั้นอีกเจ็ดปีต่อมา เมื่อ MT-09 ตัวพลิกเกมเผยโฉมในปี 2014 พร้อมกับขุมพลัง CP3 ‘crossplane’ ใหม่ล่าสุดที่ทำให้โลกได้รับรู้ถึงพลังด้านมืดของตระกูล 'MT' ในแบบที่มันเป็น

               MT-07 ออกแบบมาเพื่อนำความสนุกสนานและความเพลิดเพลินกลับมาสู่การขับขี่บนถนนทุกรูปแบบ ขณะเดียวกันก็เข้าถึงง่ายด้วยราคาที่จับต้องได้ พร้อมกับส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้ หัวใจสำคัญของมันคือแนวคิดเทคโนโลยี 'crossplane' ในเครื่องยนต์สองสูบเรียง CP2 ขนาด 689 ซีซี. ที่มีจังหวะการจุดระเบิดแบบต่อเนื่อง 270 องศา ให้กำลังสูงสุด 75 แรงม้า ที่ 9,000 รอบต่อนาที และแรงบิด 63 นิวตัน-เมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที ทำให้มันโดดเด่นทั้งในแง่ของประสิทธิภาพ อัตราเร่ง และแรงบิดเชิงเส้นที่แข็งแกร่งที่ช่วยให้ขี่สนุกโดยไม่ต้องดันรอบให้สุดในแต่ละเกียร์

               นอกจากนั้นยังเพิ่มเฟรมเหล็กใหม่ที่ใช้เครื่องยนต์เป็นตัวรับแรงตึง ติดตั้งคาลิปเปอร์เบรกสี่พอตแบบเดียวกับซูเปอร์สปอร์ตพันธุ์ดุ R1 ยางหลังขนาด 180 สเปคเดียวกับ MT-09 พร้อมฐานล้อขนาดกะทัดรัด ทำให้ MT-07 มีน้ำหนักตัวที่เบาเพียง 179 กก. และสามารถทำระยะทางได้กว่า 288 กิโลเมตรด้วยน้ำมันเชื้อเพลิงถังเดียว



               MT-07 ออกแบบตำแหน่งนั่งขับขี่ที่มีความยืดหยุ่นและติดตั้งแฮนด์บาร์ทรงกว้าง ช่วยนักบิดทั้งมือใหม่และเก่ามีความมั่นใจมากขึ้น แชสซีส์ขนาดกะทัดรัดและความสูงของเบาะนั่ง 805 มม. ช่วยให้คล่องตัวระหว่างขับขี่ในเมืองที่มีการจราจรพลุกพล่าน และเมื่อออกสู่ถนนเปิดย่านชานเมือง MT-07 จะแสดงให้เห็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่มาพร้อมกำลังอันน่าตื่นเต้นและอัตราเร่งเฉียบคมที่สามารถปลดปล่อยแรงบิดที่รุนแรงออกมาได้ในเกือบทุกเกียร์ ทำให้มันส่งมอบประสบการณ์ขับขี่ได้อย่างเหนือชั้น

               มองจากภายนอก MT-07 มีความคล้ายคลึงกับ MT-09 อย่างเห็นได้ชัด ด้วยการออกแบบบอดี้เปลือยเปล่าเผยให้เห็นเครื่องยนต์และเฟรม สานต่อปรัชญาการออกแบบ ‘less is more’ และเสน่ห์แบบดิบๆ ที่เย้ายวนใจของ Dark Side of Japan

หนึ่งปีหลังการเปิดตัว MT-07 ก็โกยคะแนนนิยมจากฐานแฟนคลับจำนวนมากทั่วโลก รวมถึงได้รับรางวัล Bike of The Year ของ MCN จากนั้นก็กลายเป็นรุ่นที่ขายดีที่สุดของสายพันธุ์ MT โดยมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายรวม 250,000 คันในยุโรป ของ MT ทุกรุ่น นอกจากนั้นเครื่องยนต์ของมันก็ยังถูกพัฒนาไปใช้กับกลุ่มรถจักรยานยนต์ CP2 หลายรุ่น รวมถึงซีรีส์ Ténéré 700, TRACER 7, XSR700 และ R7



              ปี 2018 MT-07 ก็ปรับโฉมอีกครั้งด้วยตัวถังใหม่และระบบกันสะเทือนที่พัฒนาขึ้นใหม่พร้อมปรับอัตราคืนตัวสปริงใหม่ นอกจากนั้นยังมีเบาะนั่งที่ใหญ่ขึ้น 30% ช่วยให้ผู้ขับขี่มีพื้นที่มากขึ้นในการขยับตัว ไฟหน้าระดับพรีเมียมและไฟท้ายขนาดกะทัดรัด

               ตามมาด้วยการเปลี่ยนโฉมโมเดลและยกระดับมาตรฐานทางวิศวกรรมให้กับเจเนอเรชั่นที่ 3 ในปี 2021 ซึ่งสิ่งที่โดดเด่นที่สุดในเวอร์ชั่นนี้คือเครื่องยนต์ขนาด 689 ซีซี. มาตรฐาน Euro5 ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ CP2 สอดคล้องกับพันธกรณีด้านสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังทำได้โดยแรงบิดอันเป็นเอกลักษณ์ของ MT แทบจะไม่ลดลงเลย นอกจากนี้ ยังมีระบบท่อไอเสียที่ปรับแต่งแบบอะคูสติกเพื่อให้แน่ใจว่าผู้ขับขี่ (และผู้โชคดีที่อยู่รอบๆ) จะเพลิดเพลินไปกับเสียงคำรามอันเป็นเอกลักษณ์ขณะที่รอบเครื่องยนต์ไต่ขึ้นไปถึงโซนสีแดง นอกจากนั้น MT-07 ใหม่ยังดูโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยตัวถังที่ได้รับการปรับปรุงสัดส่วนและกราฟิกใหม่ รวมถึงไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED และไฟเลี้ยว LEDใหม่ พร้อมทั้งปรับแฮนด์บาร์ให้กว้างขึ้นเพื่อช่วยให้ขับขี่คล่องตัวและง่ายขึ้นตามหลักสรีรศาสตร์

               สำหรับวาระครบรอบหนึ่งทศวรรษในปี 2024 นี้ เวอร์ชันล่าสุดของ MT-07 มาพร้อมสี Midnight Cyan, Icon Blue และ Tech Black ใหม่ รวมถึงระบบอิเล็กทรอนิกส์ล้ำสมัย หน้าจอสี TFT ขนาด 5 นิ้ว และการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน โดยยังคงยึดหลักปรัชญาการออกแบบ '‘less is more’ และสืบทอดจิตวิญญานของไฮเปอร์สปอร์ตเช่นเดียวกับบรรพบุรุษ

               ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นของตลาดรถจักรยานยนต์ การรักษาตำแหน่งผู้นำในเกมนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่นับตั้งแต่ MT-07 ปรากฏตัวบนเวทีพร้อมข้อเสนอใหม่ของรถจักรยานยนต์ขนาดมิดเดิ้ลเวทที่เป็นมิตรต่อผู้ขับขี่ทุกระดับประบการณ์ มันยังคงเป็นหนึ่งในรถจักรยานยนต์ที่ขายดีที่สุดในโลกตลอดระยะเวลาหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา และยังคงเป็นรถจักรยานยนต์ที่ขับขี่ง่าย ขณะเดียวกันก็มีพลังที่ดึงดูดเราทุกคนเข้าสู่ Dark Side of Japan ซึ่งทำให้สนุกสนานไปกับทุกโมเมนต์ของการขับขี่ได้ทุกวัน

 

ความคิดเห็น


bottom of page