top of page

MT-07 สตั้นท์ไบค์ที่เฟี๊ยวที่สุด

  • รูปภาพนักเขียน: Rabbit-Pam Tiyachandra
    Rabbit-Pam Tiyachandra
  • 14 มิ.ย. 2567
  • ยาว 1 นาที

คุณเคยยกล้อมั๊ย?

ยกเอาไปปะยางไม่นับน่ะ 555

 

สำหรับพวกเราส่วนใหญ่ การยกล้อหน้ามักเกิดขึ้นแบบไม่ตั้งใจจากการเผลอบิดคันเร่งหรือปล่อยคลัตช์เร็วเกินไปขณะออกตัว แต่สำหรับนักขี่ผาดโผนมืออาชีพอย่าง มาร์ค ฟาน ดริล เจ้าสำนัก Two Brothers Racing Stunt Team การขี่ที่ "จุดสมดุล" ด้วยล้อหลังเพียงล้อเดียว มันก็แค่เรื่องสิวๆ

 ขณะถ่ายทำวิดีโอทดสอบการเล่นท่า ยกล้อหน้า (wheelies), ยกล้อหลัง (stoppies), เบิร์นยาง (burnouts) และอื่นๆ อีกมากมายด้วย MT-07 ที่ มัลลอรีพาร์ค เซอร์กิต เรามีโอกาสถามมาร์คตรงๆ ว่า ทำไมเขาจึงคิดว่าเน็กเก็ตสปอร์ต MT-07 เป็นสตั้นไบค์ที่น่าทึ่ง

 

“ก่อนอื่นต้องบอกว่าผมเริ่มขี่มอ’ไซค์เพราะพ่อ” มาร์ค กล่าว “พ่อมีมอ’ไซค์หลายคันและมีรถแข่ง BSA ระดับสโมสรซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้ผมก้าวเข้าสู่วงการแข่งทั้งทางเรียบและโมโตครอส จากนั้นผมก็ลุยอยู่ในวงการแข่ง 20 ปี ก่อนที่จะประสบอุบัติเหตุจนหลังหักต้องหยุดแข่งอย่างสิ้นเชิง ประเด็นก็คือ คุณไม่รู้ตัวหรอกว่ารักการขี่มอ’ไซค์มากแค่ไหน จนกว่ามีใครมาบอกว่าคุณจะไม่มีวันได้แตะต้องมันอีก”

 

แต่มาร์คก็สู้จนกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง จากนั้นเขาก็เก็บประสบการณ์บนอานรถโมโตครอสนานนับสิบปี และสะสมชั่วโมงบินในการแสดงผาดโผนด้วยมอเตอร์ไซค์เก่าๆ คันนึง จนกระทั่งตัดสินใจลองเป็นนักขี่ผาดโผนมืออาชีพและซื้อมอ’ไซค์คันแรกด้วยตัวเองเพื่อเอามาแปลงเป็น “สตั้นไบค์”

 

“ผมตัดสินใจซื้อ R1 ปี 1998 นั่นคือสตั้นไบค์ตัวจริงคันแรกของผม”

 

เอาล่ะ ย้อนกลับมาที่ มัลลอรีพาร์ค เซอร์กิต ในวันที่มีแดดสดใส และกรุ่นกลิ่นควันจากการเบิร์นยางหลังของ MT-07 ลอยอยู่ในอากาศ เราถาม มาร์ค อีกครั้งว่าเขาคิดอย่างไรเกี่ยวกับ CP2 สปอร์ตเปลือยตัวล่าสุด

 

“ในฐานะสตั้นไบค์ MT-07 ยอดเยี่ยมมาก! การขี่วันนี้ทำให้ผมรู้สึกทึ่งจริงๆ แน่นอนผมเคยขี่มันมาก่อน แต่ก็ในระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์ ซึ่งต้องเพ่งความสนใจไปที่เรื่องของมุมกล้องและขีดจำกัดของฉากมากมากกว่าตัวรถ” มาร์คกล่าว

 

“เครื่องยนต์ CP2 มีการส่งกำลังที่นุ่มนวล ซึ่งเป็นทุกสิ่งที่คุณต้องการสำหรับสตั้นไบค์ที่ยอดเยี่ยม รวมทั้งการตอบสนองของคันเร่งที่ราบรื่นไม่มีสะดุดขณะขี่ด้วยล้อหลังล้อเดียว ซึ่งมันทำตามสั่งได้อย่างแม่นยำ”

 

“ขณะที่การขี่มอ’ไซค์รุ่นอื่นๆ ที่มีระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ซับซ้อนเป็นเหมือนฝันร้าย เพราะ ECU จะเป็นผู้ตัดสินแทนตัวคุณว่าจะส่งกำลังเข้ามาเมื่อใด แต่ MT-07 ทำสิ่งที่คุณต้องการอย่างแท้จริง การตอบรับจากเครื่องยนต์ที่ส่งผ่านไปถึงคันเร่งในมือขวานั้นยอดเยี่ยมมาก”

 

มาร์ค ชี้ไปที่ดิสก์เบรกหน้าคู่ขนาดใหญ่ 298 มม. คาลิเปอร์ 4 พอร์ต และแฮนด์บาร์ที่กว้างของ MT-07 พร้อมกล่าวเสริมว่า

“ระบบกันสะเทือนหน้าให้ความรู้สึกดีเยี่ยม โช้คหน้าให้ช่วงยุบเหลือเฟือขณะล้อหน้ากระแทกพื้นหลังจบท่ายกล้อ มันดูดซับแรงไว้ทุกอย่าง” จากนั้น มาร์ค ก็พูดถึงการเล่นท่า 'Stoppie' ซึ่งล้อหลังจะลอยสูงขึ้นไปในอากาศ ขณะที่ต้องทรงตัวด้วยล้อหน้าภายใต้การเบรกอย่างแรง “ระบบกันสะเทือนหน้าของ MT-07 ไม่กระด้างเกินไป ช่วยให้การทรงตัวด้วยล้อหน้าเป็นเรื่องง่าย คุณจะพบว่าถ้าโช้คหน้าแข็งเกินไปและไม่มีแรงหน่วงการคืนตัวของสปริงโช้คที่มากพอ รถก็จะเสียหลัก แต่ถ้าโช้คอ่อนเกินไป มันก็จะทำให้หน้าทิ่มมากเกินไป” มาร์คกล่าวพร้อมแตะที่โช้คหน้าของ MT-07 “สำหรับโช้คเดิมติดรถ อันนี้ก็เกือบโอเคแล้ว”

 

“แล้วข้างหลังล่ะ” มาร์คพูดพร้อมมองไปที่ล้อหลังซึ่งสวมยาง Michelin Road 5 ที่ยังร้อนระอุจากการเบิร์นอย่างโหดเหี้ยม “ถ้าส่วนหลังนิ่มเกินไป มันจะเกิดการสะดุด คุมรถยากและมีอาการสไลด์มากเกินไป แต่ด้านหลังของ MT-07 นั้นสมบูรณ์แบบสำหรับการเล่นท่าทั้งเบิร์นยางและสไลด์เป็นวงโดนัท”

 

“นั่นคือกุญแจสำคัญสำหรับสตั้นไรเดอร์ อาการตอบสนองจากตัวรถมีความสำคัญมาก เมื่อคุณขี่ด้วยล้อหน้าของ MT-07 คุณจะรู้ได้อย่างแน่ชัดว่ากำลังอยู่ตรงจุดไหน และเมื่อคุณเบิร์นยางหลัง ท่ามกลางกลุ่มควันคุณจะ 'รู้สึก' ทุกสิ่ง ซึ่งทำให้คุณเป็นคนควบคุมอย่างแท้จริง”

 

“เบรกหลังก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง” มาร์คกล่าว “เบรกหลังของ MT-07 นั้นสมบูรณ์แบบมาก เพราะสำหรับมอ’ไซค์ส่วนใหญ่ คุณจะต้องถอดสปริง rebound ออกเพื่อที่จะสัมผัสได้ชัดเจนถึงแรงกดที่คุณต้องใช้ อย่างไรก็ตาม ใน MT-07 คุณจะรู้สึกถึงแรงเบรกทั้งหมดที่มีความสำคัญต่อการควบคุมการยกล้อหน้า คันเร่งไม่ได้ควบคุมการยกล้อ แต่เป็นเบรกหลัง นี่เป็นสิ่งที่หลายคนไม่รู้”

 

“มอ’ไซค์บางคัน เมื่อคุณขี่มันอย่างหนัก ภายใต้ความเครียดที่ใส่ลงไปคุณจะรู้สึกได้ว่ามันบิดเบี้ยว แต่สิ่งนั้นไม่เกิดกับ MT ซึ่งมีแชสซีส์ที่แข็งแกร่ง คำถามคือทำไม” มาร์คพูดพร้อมก้าวถอยจากตัวรถแล้วชี้ไปที่ล้อแต่ละล้อ

 

MT นับได้ว่าเป็นซีรีส์สปอร์ตเปลือยของยามาฮ่าที่ขายดีที่สุดตลอดกาล และรุ่น 07 ก็นำเสนอแพ็คเกจที่น่าสนใจด้วยขุมพลังแรงบิดสไตล์ Dark Side ของญี่ปุ่น และระบบอิเล็กทรอนิกส์ล้ำสมัยพร้อมจอแสดงผล TFT สีขนาด 5 นิ้ว และการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน แต่แง่มุมไหนของ MT ที่โดดเด่นที่สุดสำหรับมาร์ค?

 

“แน่นอนว่าเป็นความคล่องแคล่วของมัน MT ให้ความรู้สึกแบบบิ๊กไบค์แต่มีความคล่องตัวเหมือนรถที่เล็กกว่า มันเป็นมอ’ไซค์ที่ยอดเยี่ยมสำหรับใครก็ตามที่ต้องการขยับขึ้นไปเล่นอะไรที่ใหญ่กว่า และยังมีเสียงคำรามที่สามารถทำให้ใบหน้าของคุณเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม” มาร์คพูดพร้อมยื่นกุญแจคืน

 

เมื่อขอสามคำสำหรับ MT-07 มาร์คตอบกลับทันทีว่า

...“สุดยอด”  

...“คล่องตัว”

...“น่าทึ่ง!”

ความคิดเห็น


bottom of page