top of page

Review: 2023 Yamaha YZF-R125 จัดจ้านที่สุดในคลาสไลท์เวท

  • รูปภาพนักเขียน: Rabbit-Pam Tiyachandra
    Rabbit-Pam Tiyachandra
  • 9 มิ.ย. 2567
  • ยาว 1 นาที

2023 YZF-R125 นับว่าเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 ของสายพันธุ์ R-Series ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในปี 2008 ด้วยการนำเทคโนโลยีและการออกแบบซูเปอร์สปอร์ต ระดับพรีเมี่ยมมาสู่คลาส 125 ซีซี. สร้างมาตรฐานใหม่ด้วยสมรรถนะอันเร้าใจ ความคล่องตัวในการควบคุม และสไตล์ที่ดุดัน ซึ่งทำให้มันเป็นสปอร์ตไบค์ที่ดีที่สุดในคลาสนี้

 

ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา R125 มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มันเป็นเรซซิ่งสปอร์คระดับสุดยอดสำหรับนักขี่ซูเปอร์สปอร์ตรุ่นเยาว์ โดยถ่ายทอด R-Series DNA สายพันธุ์เดียวกับที่ทำให้ R1 เป็นซูเปอร์ไบค์ที่โดดเด่นในสนามแข่งระดับโลก เทคโนโลยีที่มาจากสนามแข่งนี้ยังคงบรรจุอยู่ใน R125 รุ่นปี 2023 ตั้งแต่การออกแบบตัวถังใหม่แบบไดนามิกไปจนถึงเทคโนโลยีเฟรมเดลต้าบ็อกซ์ และคาลิปเปอร์เบรคหน้าแบบเรเดียลเมาท์ รวมทั้งโฉมหน้าที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก R7 และการอัพเกรดมิเตอร์หน้าจอ TFT ที่มาพร้อมระบบเชื่อมต่อ CCU ตลอดจนการปรับแต่งแชสซีส์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใหม่

2023 YZF-R125 ได้รับการออกแบบรูปลักษณ์ที่ดุดันยิ่งขึ้น บอดี้ใหม่ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นแฟริ่งใหม่ตามหลักอากาศพลศาสตร์ และฝาครอบถังน้ำมันแบบใหม่ ได้เปลี่ยนรูปลักษณ์ของมันให้เป็นสปอร์ตไบค์น้ำหนักเบาที่ให้ประสิทธิภาพสูงที่สุดในระดับพรีเมียม





แผงหน้าปัด TFT ขนาด 5 นิ้วได้แรงบันดาลใจจาก R1

2023 R125 เพิ่มฟีเจอร์ใหม่ด้วยมาตรวัดจอสีแบบ TFT ขนาด 5 นิ้ว ซึ่งมีรูปแบบกราฟิกที่แตกต่างกันสองแบบ สามารถเลือกธีม 'Street' หรือธีม 'Track' เพื่อให้เข้ากับรูปแบบการขี่ที่แตกต่างกัน ชุดรูปแบบ 'Street' มีมาตรวัดความเร็วแบบดิจิตอลส่วนกลางและมาตรวัดความเร็วแบบแท่ง ที่ฐานมีไฟกะพริบ/ไฟหลัก/ไฟเตือนอุณหภูมิ ธีม "Track" เลย์เอาต์เน้นไปที่ตัวจับเวลา/รอบ พร้อมหน่วยความจำได้ 25 รอบ และมาตรวัดความเร็วแบบแท่งด้านบน ซึ่งให้ข้อมูลสำคัญแก่ผู้ขี่เมื่ออยู่ในสนามแข่ง ธีมหน้าจอทั้งสองแบบมีไฟเปลี่ยนเกียร์ที่ตั้งโปรแกรมได้ที่ด้านบนของจอแสดงผล และธีม 'Track' รวมมาตรวัดความเร็วรอบ (RPM) ที่ตั้งโปรแกรมได้ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งภาพให้เข้ากับสไตล์การขี่และความชอบส่วนตัวได้

 

การเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน

สำหรับผู้ขับขี่ R125 รุ่นปี 2023 การติดต่อสื่อสารจะเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น ด้วยระบบ Communication Control Unit (CCU) ที่ช่วยให้สามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนได้ โดยเชื่อมโยงผ่าน Bluetooth โดยใช้แอพ MyRide ฟรีของ Yamaha (แบบเดียวกับ Y-Connect ในบ้านเรา) ซึ่งจะทำให้เห็นการแจ้งเตือนเมื่อมีสายเรียกเข้า และข้อความแสดงบนหน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้วใหม่ ตลอดจนตรวจสอบพารามิเตอร์ที่สำคัญของจักรยานยนต์ผ่านแอพ รวมทั้งสามารถเข้าถึงข้อมูลแสดงสถานะแบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟน และในกรณีที่เกิดปัญหาทางเทคนิคกับ R125 ระบบสามารถแจ้งตัวแทนจำหน่ายยามาฮ่า หรือผู้ติดต่ออื่น ๆ ที่เลือกเอาไว้

ระบบควบคุมและป้องกันล้อลื่นไถล

R125 รุ่นล่าสุดติดตั้งระบบควบคุมการยึดเกาะถนน (Traction control) เมื่อใช้ร่วมกับคลัตช์ A&S และระบบ Quick Shift ที่เป็นอุปกรณ์เสริม ระบบควบคุมการยึดเกาะถนนจะช่วยให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสกับการควบคุมระดับสูงโดยเฉพาะในช่วงเร่งความเร็วเต็มพิกัด สถานะของระบบที่สับเปลี่ยนได้นี้จะแสดงบนแผงหน้าปัด TFT ขนาด 5 นิ้วใหม่ และสามารถปิดได้เพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์บางอย่าง เช่น การขี่ในสนามแข่ง

 

อุปกรณ์ระดับพรีเมียม

การออกแบบชิ้นส่วนและอุปกรณ์เสริมใน R125 รุ่นใหม่ ยังคงยึด DNA R-Series จากรุ่นพี่ R1 ไม่ว่าจะเป็นชุดแผงคอคุณภาพสูง แฮนด์บาร์แบบคลิปออน และประกับสวิตช์ควบคุมที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนั้นยังต่อสายไฟเอาไว้ให้เรียบร้อยสำหรับติดตั้งควิกชิฟเตอร์ และเลือก Michelin Pilot Street เป็นยางมาตรฐานติดรถ เพื่อให้สมรรถนะการยึดเกาะที่แข็งแกร่งทั้งบนถนนเปียกและแห้งด้วย โดยยางหน้ามีขนาด 100/80-17 และยางหลังขนาด 140/70-17

 

ความคิดเห็น


bottom of page